พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม นครนายก

จตุมหาโลกบาล

จตุมหาโลกบาล

ตามพระพุทธสูตร ได้กล่าวไว้ว่าภาระหน้าที่ของ จตุมหาโลกบาล ก็คือมีหน้าที่อารักขาโลก และ มนุษย์ โลกทั้ง 4 ทิศ นี้ก็คือ โลกที่อยู่รอบ 4 ทิศ ของพระเขาสุเมรุ อันได้แก่

ปูราวิเทหทวีป
ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาพระสุเมรุ
ชมพูทวีป
ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุ (ประเทศจีนอยู่ในทวีปนี้)
อมรโคยานทวีป
ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขาพระสุเมรุ
อุตตรกุรุทวีป
ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุ

จตุโลกบาลผู้อารักขาโลกประอยู่ทั้ง 4 ทิศ มีนามดังต่อไปนี้

  1. ท้าวฤตราษฎร์ ( Phtastrah ) เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการอารักขาโลกประจำอยู่ทางทิศตะวันออก ลักษณะโดยรวมคือ พระวรกายสีขาว สวมใส่เสื้อเกราะพระหัตถ์ทรงถือ พิณ ซึ่งการถือพิณนี้มีความหมายอยู่ว่า ท่านจะทรงใช้ดนตรีในการกล่อมเกลา สรรพสัตว์ในโลกให้มีจิตใจเข้าหาร่มเงาของพุทธศาสนา
  2. ท้าววิรุฬหก ( Virudakah ) หรือวิรูตาก เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการอารักขาโลกประจำอยู่ทางทิศใต้ ลักษณะโดยรวม คือ พระวรกายสีเขียว สวมใส่เสื้อเกราะ หระหัตถ์ทรงถือ กระบี่ ซึ่งการถือกระบี่นั้นมีความหมายอยู่ว่า ท่านจะทรงรักษาและคุ้มครอง พระพุทธศาสนาไม่ให้ถูกล่วงละเมิด
  3. ท้าววิรูปักข์ ( Virupaksah ) เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการอารักขาโลกประจำอยู่ทางทิศตะวันตก ลักษณะโดยรวม คือ พระวรกายสีขาว สวมใส่เสื้อเกราะ พระหัตถ์ทรงมี มังกรพัน อยู่ 1 ตัว ท่านเป็นเจ้าแห่งนาคทั้งปวง ลักษณะโดยรวม คือ มีนาค หรือ มังกรพันอยู่ที่พระหัตถ์ของท่าน (บางแห่งอาจเป็นเชือกสีแดง) ซึ่งการมีมังกร หรือเชือกสีแดง นั้นมีความหมายอยู่ว่า ถ้าผู้ใดที่ไม่ให้การนับถือในพระพุทธศาสนา ท่านจะทรงใช้เชือกสีแดง หรือมังกร นั้นผูกมัดจิตในที่มืดมิดและทรงทำให้เกิดเป็นจิตใจที่สว่าง เพื่อพร้อมที่จะเข้าสู่ในร่มเงาของพระพุทธภูมิ
  4. ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวัณ ( Vaisravanah ) เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการอารักขาโลกแระจำอยู่ทางทิศเหนือ ลักษณะโดยรวม คือ พระวรกายสีเขียว สวมใส่เสื้อเกราะ พระหัตถ์ขวาของท่านทรงถือ ฉัตรแก้ว ส่วนพระหัตถ์ซ้ายของท่านทรงถือ พังพอนไว้ ซึ่งการมี ฉัตรแก้ว และ พังพอนอยู่ในพระหัตถ์นั้น มีความหมายอยู่ว่า เป็นการรักษาทรัพย์สิน เงิน ทอง ของสรรพสัตว์ และท่านยังทรงคอยช่วยเหลือ ช่วยปราบหมู่มาร ทั้งหลายทั้งปวง

ดังนั้นจึงมีการกล่าวถึง ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวัณ ไว้ตรงกันว่าท่านทรงเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในจตุมหาโลกบาล ซึ่งท่านเป็นใหญ่ในทางทิศเหนือ และยังครอบคลุมไปถึง ทิเบต เนปาล จีนและไทย มีผู้เลื่อมใสและศรัทธาท่านอยู่เป็นจำนวนมาก ในตำราจีนโบราณเล่มหนึ่งได้มีการเขียนถึงท่านไว้ว่า ในรัชสมัย เทียนเป่า ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวัณ ได้ทำการออกรบ และท่านทรงตีทัพของข้าศึกแตกพ่ายไป ท่านจึงได้ชัยชนะมาและในรัชสมัยนั้นเอง ได้มีการตั้งศาลเจ้าจตุโลกบาลไว้ในกองทัพ และยังมีการอัญเชิญรูปวาดของท่านไว้บนธง เพื่อแสดงถึงเดชานุภาพของท่าน และเพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจให้แก่หมู่ทหารว่าพวกเค้านั้นได้องค์ท้าวกุเวร หรือ องค์ท้าวเวสสุวัณ คอยคุ้มครองทำให้พวกเหล่าทหารนั้นมีใจที่จะทำการออกรบเพื่อเอาชัยชนะจตุมหาโลกบาล หรือ จตุมหาราช ที่เรียกกันตามภาษาชาวบ้านว่าจตุมหาวัชระและภายหลังได้มีการนำเข้าสู่ประเทศจีน แล้วก็ถูกแปรไปในแบบจีนโดยสิ้นเชิง โดยมีการนำไปใช้ให้ยืนรักษาการณ์อยู่ในวิหารมหาราชและทรงเครื่องแบบขุนศึกจีนในปัจจุบัน

จตุมหาโลกบาล

ติดต่อ สำนักงานมูลนิธิ จี เต็ก ลิ้ม โทร 0-2457-2805-6