พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม นครนายก

พระอมิตาพุทธเจ้า

พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า

พุทธสถาน จีเต็กลิ้มได้สร้างพระอมิตาพุทธเจ้าประดิษฐานรอบๆ พุทธสถาน จำนวน 80 องค์ เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ซึงพระอมิตาพุทธเจ้าหมายถึง พระพุทธเจ้าที่มีแสงสว่างอันหาประมาณ มิได้ อีกนัยก็คือมีอายุยืนยาวอันหาประมาณมิได้

พระอมิตาพุทธะ (阿彌陀佛)เป็นพระธยานิพุทธะ 1 ใน 5 องค์ ประทับอยู่ทางตะวันตกของพุทธมณฑล พระกายสีแดงก่ำ เป็นต้นตระกูลของพระโพธิสัตว์ตระกูลปัทมะ หมายถึงปัญญาที่ทำให้มนุษย์รู้จักผิดชอบชั่วดี และเลือกปฏิบัติในทางที่ถูก สัญลักษณ์คือดอกบัว พระพุทธเจ้าในตระกูลนี้ทั่วไปใช้บัวแดง พระโพธิสัตว์ปางดุใช้บัวขาว ภาพวาดของพระองค์มักวาดให้พระหัตถ์ยาวหมายถึงความสามารถที่จะเอื้อมพาสรรพสัตว์เข้าสู่แดนสุขาวดี มีพระชิวหายาวตระหวัดได้รอบโลกหมายถึงความสามารถในการแสดงธรรมได้ทั่วโลก ทรงนกยูงเป็นพาหนะ

พระอมิตาตามความเชื่อของชาวพุทธในทิเบต

ในคัมภีร์มรณศาสตร์ของทิเบตกล่าวว่าพระอมิตาจะปรากฏพระองค์ให้ผู้ตายเห็นในวันที่ 4 ของบาร์โด พร้อมกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ และพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ รวมทั้งพระโพธิสัตว์หญิงอีก 2 องค์คือ คีตา พระโพธิสัตว์แห่งเสียงเพลง และอโลคาเทวี พระโพธิสัตว์ผู้ถือคบเพลิง

เสียงประจำองค์พระอมิตาคือเสียง หรีหฺ เปล่งมาจากศูนย์ลมบริเวณลำคอ เป็นสัญลักษณ์แทนกิจกรรมและการตระหนักรู้ทางวิญญาณ ท่าทางประจำพระองค์คือ ธยานมุทรา คือพระหัตถ์ที่ประสานกันในท่าสมาธิ บางแห่งจะทรงแบพระหัตถ์ขวาออกมาเบื้องหน้าแสดงกิริยารับดวงวิญญาณของสรรพสัตว์ที่ประกอบกุศลพร้อมกับระลึกถึงพระองค์ไปเกิดยังแดนสุขาวดี

พระอมิตาตามความเชื่อของชาวพุทธในจีน

พระอมิตาพุทธเจ้า แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้มีแสงรัศมีเปล่งประภาสออกมาไม่มีประมาณ (無量光佛, 無邊光佛) ชื่ออื่นๆของพระองค์คือ พระอมิตายุพุทธเจ้า แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้มีอายุขัยยาวนานไม่มีประมาณ (無量壽佛) ชาวจีนนิยมเรียกท่านว่า ออ มี ท้อ ฮุก(阿彌陀佛)แปลว่า พระอมิตาพุทธเจ้า ซึ่งคำว่า “อมิตา” แปลว่าไม่มีประมาณ เข้าใจว่าเป็นการ เรียกขานพระนามของพระองค์ในความหมายทั้ง ๒ คือ

  • แสงรัศมีไม่มีประมาณ
  • อายุขัยไม่มีประมาณ

ชาวจีนเชื่อว่าวันคล้ายวันสมภพของท่านคือ วันที่ ๑๗ เดือน ๑๑ จีน พระปฏิมาหรือภาพวาดของพระองค์จะประดิษฐานอยู่เบื้องขวาของพระศากยมุนีพุทธเจ้า พระสูตรของมหายานกล่าวถึงอานิสงค์ของการบูชาพระอมิตาว่า

" หากผู้ใดภาวนาพระนามของพระองค์อย่างแน่วแน่ตลอดเวลา ๑ วัน ๒ วัน ๓ วัน จนถึงตลอด ๗ วัน ๗ คืนเวลาใกล้จะสิ้นใจพระอมิตาพุทธเจ้าพร้อมด้วยอริยะบริษัทจะเสด็จมารับดวงวิญญาณของผู้นั้นไปเกิดยังดินแดนสุขาวดีอันสุขารมณ์ "

แดนสุขาวดีของพระอมิตา

แดนสุขาวดี(極樂世界)ตามความเชื่อของนิกายสุขาวดี เป็นพุทธเกษตรของพระอมิตาพุทธะ เชื่อว่าอยู่ทางทิศตะวันตกของโลกเรานี้ พระสูตรกล่าวว่า แดนสุขาวดีเป็นสถานที่สวยงาม ผู้ที่ได้เกิดยังโลกแห่งนั้นจะเป็นผู้ปราศจากความทุกข์ ได้ฟังธรรมจากพระอมิตาและพระมหาโพธิสัตว์ต่างๆ จนได้สำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์ แล้วกลับมาช่วยเหลือสรรพสัตว์อื่นๆ ต่อไป การจะไปเกิดเพียงระลึกถึงพระอมิตาพุทธเจ้าโดยการสวดพระนามของพระองค์โดยสม่ำเสมอว่า “นำ มอ ออ มี ท้อ ฮุก” (南無阿彌陀佛) และทำความดี กตัญญูรู้คุณ พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานมุ่งไปเกิดยังพุทธเกษตรของพระองค์ คุณสมบัติของแดนพุทธเกษตรของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์นั้น ผู้ที่ไปอุบัติ จะไม่ต้องหวนกลับมาสู่ภพภูมิเบื้องต่ำอีก ซึ่งต่างกับการไปเกิดบนสวรรค์ชั้นกามภูมิหรือพรหมภูมิชั้นต่างๆ ที่หากสิ้นบุญเมื่อใดก็จะต้องหวนกลับมาสู่ภูมิเบื้องต่ำเช่นเกิดเป็นมนุษย์บ้าง เดรัจฉานบ้าง เปรตบ้าง สัตว์นรกบ้าง ตามกรรมของตน

ติดต่อ สำนักงานมูลนิธิ จี เต็ก ลิ้ม โทร 0-2457-2805-6