
พระศรีอารยเมตไตรย
เมื่อย่างเท้าเข้าสู่วิหารเทพสถิต หรือ วิหารมหาราชิก ท่านจะได้พบเห็นพระโพธิสัตว์รูปร่างอันอ้วนท้วมสมบูรณ์ใบหน้าหัวเราะร่าเริงมาก และมีถุงย่ามขนาดใหญ่อยู่ที่มือข้างขวาของท่าน ข้างซ้ายมือลูกประคำ แสดงว่าท่านเป็นพระที่จิตใจดีมาก ไม่มีเรื่องวิตกกังวลและห่วงใย ไม่ยึดมั่นถือมั่นในทรัพย์สมบัติ รูปพระโพธิสัตว์องค์นี้ความจริงเป็นรูปปั้นของพระภิกษุจีน เป็นชาวเมืองฮ่องฮัว มณฑลเม่งจิว ท่านบอกฉายาว่า เขยชื้อ บ้างก็เรียกว่า เขยฉือ โดยปกติท่านมีลักษณะเป็นคนที่เบิกบานเป็นสุขตลอดเวลา บ้างก็มักเห็นท่านเดินบิณฑบาตอยู่ในชุมชน ท่านยังสามารถพยากรณ์อากาศ พยากรณ์โชคลาภ หรือวิเคราะห์กรรมต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ และได้กล่าวคาถาบทหนึ่ง เป็นปริศนาธรรมว่า เมตไตรย คือ แบ่งกายเป็นพันหมื่นโกฏิ ขานไขปริศนาธรรมต่อมวลมนุษย์ แต่มวลมนุษย์นั้นหารได้รู้ซึ้งถึงปริศนาธรรม นับจากนั้นมาสาธุชนก็มักจะสร้างรูปพระชีฉือถือถึงย่ามซึ่งนับถือว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์เมตไตรยนิรนามการมาโปรด ตามคติของฝ่ายมหายานกล่าวว่า มีพระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่งชื่อ พระวัชรปาณีโพธิสัตว์ ซึ่งขณะนี้ทรงบำเพ็ญญาณอยู่กับพระอาทิพุทธ ( พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ) จนกว่ากัลป์ที่ 5 พระศรีอารยเมตไตรยมาตรัสเป็นพระมานุษีพุทธเมื่อใด เมื่อนั้นพระวัชรปาณีจะสร้างโลกใหม่ ทางฝ่ายเถรวาทและฝ่ายมหายานต่างก็เชื่อว่า พระศรีอารยเมตไตรย จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล เพราะในกัลป์นี้นั้น มีผู้มาตรัสเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว 4 พระองค์ คือ
- พระกกุสันโธ สัตว์คู่บารมีคือ ไก่
- พระโกนาคมโน สัตว์คู่บารมีคือ นาค
- พระกัสสโป สัตว์คู่บารมีคือ เต่า
- พระสมณโคดม ( ศากยมุนี ) สัตว์คู่บารมีคือ โค
และในอนาคตกาล พระศรีอารยเมตไตรย สัตว์คู่บารมีคือ สิงห์ พระโพธิสัตว์องค์นี้มีรูปประดิษฐานอยู่บนแท่นบูชาตามอารามทั่วไป เป็นรูปพระสงฆ์จีนครองจีวรแบบจีน ปล่อยส่วนที่ท้องให้เป็นท้องพลุ้ยใหญ่ รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้าหัวเราะร่าเริงมาก และมีถุงย่ามขนาดใหญ่อยู่ที่มือข้างขวาของท่าน ข้างซ้ายถือลูกประคำ
ในบางแห่งจะเห็นว่ามีรูปเด็กปีนป่ายขึ้นไปบนร่างท่าน ซึ่งเป็นเครื่องแสดงว่าท่านเป็นพระที่ใจดีมาก ไม่มีวิตกกังวลและห่วงใย ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไร เป็นที่เคารพรักของพวกเด็กมาก รูปพระโพธิสัตว์องค์นี้ ความจริงเป็นรูปปั้นของพระ " หลวงพ่อถุงย่าม " เป็นพระภิกษุในยุค 5 ราชวงศ์ เป็นชาวเมืองฮ่องฮัว มณฑลเม่งจิว เจ้าของฉายาว่า " เข่ยชื้อ " หรือ " เชียงเทงจื้อ " โดยปกติท่านมีลักษณะอาการแสดงความเบิกบานเป็นสุขตลอดเวลา ไปไหนมาไหนจะมีย่ามใหญ่ติดตัวไปด้วย จึงได้รับฉายาว่า " หลวงพ่อถุงย่ามใหญ่ " ท่านพูดอะไรมักจะเป็นอรรถ มีความหมายในทางนิกายเซ็น ( ธยาน ) ในปีที่ 3 แห่งรัชกาลเจงเม้ง ( พ.ศ. 1460 ) ท่านได้นั่งเข้าสมาธิดับไปที่แท่นหิน วัดงักลิ้ม ก่อนดับได้เขียนคาถาไว้บทหนึ่งว่า
- พระเมตไตรย คือ พระเมตไตรย
- แบ่งกายเป็นพันหมื่นโกฏิ
- ให้คนได้เห็นทุกเวลา
- แต่คนก็ไม่รู้จัก
ฉะนั้น บรรดาพุทธสาวก จึงต่างสันนิษฐานว่า ท่านเป็นพระเมตไตรยมาโปรดแล้วเลยบอกฉายาท่านว่า พระเมตไตรยโพธิสัตว์ ดังนั้นเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล จึงได้สร้างรูปลักษณ์เลียนแบบพระรูปนี้เพื่อการสักการบูชา พระนามจีนของท่านคือ " หมีเล็กผ่อสัก " หรือ " หนี่เต็กผ่อสัก " หรือ " หนี่เล็กผ่อสัก " บ้างก็เรียกท่านว่า " พระยิ้ม " บ้างก็เรียกท่านว่า " พระสังกัจจายน์ " แต่ที่แท้แล้ว ท่านเป็นองค์เดียวกัน
จะกล่าวถึงพระสังกัจจายน์หรือกัจจายนเถระ เป็นพุทธสาวกในสมัยพุทธกาล เล่ากันว่ามีรูปร่างสง่างาม ผิวงามดุจทองคำ เนื่องจากท่านเกิดในตระกูลเศรษฐี ทางบ้านมีกิจการค้าขายหลายอย่าง ต่อมาเมื่อท่านศรัทธาในพระศาสนาจึงได้ออกบวช บวชไปบวชมา ลาสิกขาบทแล้วบวชใหม่อยู่เรื่อยถึง 7 ครั้ง เพราะทางบ้านมักจะหากุศโลบายให้ออกมาทำการค้า พระสังกัจจายน์ได้ชื่อว่ามีจริยาวัตรงดงามเป็นที่สุด ใครเห็นเดินมาแต่ไกลก็นึกว่าเป็นพระพุทธเจ้า บรรดาหญิงสาวทั้งหลายเห็นแล้วก็รู้สึกใคร่ในกามราคะ พยายามหาทางตีสนิท หญิงบางนางวิ่งเข้าไปกอดเสียดื้อๆ ด้วยเหตุที่รูปงามจนยากแก่การรักษาพรหมจรรย์ จึงได้กล่าวบังคมทูลเรื่องทั้งหมดแก่พระพุทธเจ้า และขอสำแดงฤทธิ์ด้วยอำนาจฌานแห่งพระอรหันต์ ให้ร่างกายเปลี่ยนไปดั่งที่เห็นในปัจจุบัน ดังนั้นพระปิดทวาร พระมหาอุตม์ ล้วนมาจากความเชื่อเรื่องพระสังกัจจายน์เป็นต้นเค้า
อีกฉายาหนึ่งของท่าน ที่คนเล่นตุ๊กตาจีนจะรู้จักกันดี คือ " ปู้กุ่ยฮุด " เป็นตุ๊กตามงคล มีความหมายให้ผู้บูชาร่ำรวย ถ้ารวยอยู่แล้วก็จะยิ่งรวย และมั่นคง ถ้าเป็นองค์พระยิ้มกับเด็ก 5 คน คือ " โหงวจื้อฮุด " มีนัยมงคลว่าให้มีลูกหลานสืบสกุลและให้อยู่ครบห้าชั่วคน มีคำจีนเรียกว่า " โหงวต้อตังตึง " และลูกทุกคนก็ขอให้ร่ำรวย ใครที่ไม่มีลูกและอยากจะมี ท่านว่าควรมีไว้บูชา พระเมตไตรย โดยนัยแห่งพระนาม แปลว่า มีเมตตา หรือไมตรี
พุทธมหายานถือว่า พระพุทธเจ้านั้นมีมากมายเช่นเดียวกับพระโพธิสัตว์ก็มีมากมาย ดั่งหนึ่งเม็ดทรายในมหาคงคานที ได้มีการแบ่งพระพุทธเจ้าเป็น 3 ประเภท คือ
- พระพุทธเจ้าในอดีต เช่น พระอมิตาพระพุทธ พระไภสัชยคุรุไวฑูรย์ประภาส พระพุทธอักโษภัย พระพุทธไวโรจน์ พระพุทธทีปังกร ฯลฯ
- พระพุทธเจ้าในปัจจุบัน คือ พระพุทธศากยมุนี หรือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
- พระพุทธเจ้าในอนาคต คือ พระศรีอารยเมตไตรย ซึ่งทางมหายานถือว่าขณะนี้ท่าน คือ พระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตว์ประทับอยู่บนสวรรค์ชั้นดุสิต
สวรรค์ชั้นนี้ ในทางพุทธศาสนาถือเป็นดินแดนประทับของพระโพธิสัตว์ที่เตรียมมาประสูติ และตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เช่น พระศากยมุนีพุทธเจ้า เมื่อครั้งทรงเป็นพระมหาเวสสันดรโพธิสัตว์ ก็ทรงประทับอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดุสินนี้เอง เมื่อใดที่ถึงสมัยที่พระศรีอารยเมตไตรยจะมาเป็นพระพุทธเจ้า ก็คือ ต้องจากสวรรค์ดุสิตลงมา โดยมหายานได้แบ่งเวลาระหว่างพระพุทธเจ้าในปัจจุบัน และอนาคต หรือเวลาหลังการดับขันธ์ของพระพุทธเจ้า กับการอุบัติของพระเมตไตรยออกเป็น 3 สมัย คือ
- สมัยแรก 500 ปี ถือเป็นช่วงที่พระธรรมกำลังแพร่ขยาย
- สมัยสอง 1,000 ปี ถือเป็นช่วงปฏิรูปพระธรรม
- สมัยสาม 3,000 ปี ถือว่าถึงจุดที่พระพุทธศาสนาเสื่อมสิ้นแล้ว พระเมตไตรยมหาโพธิสัตว์
จะเสด็จลงจากดุสิตสวรรค์สู่โลกมนุษย์ เพื่อยังพระธรรมให้บริสุทธิ์อีกครั้ง
ติดต่อ สำนักงานมูลนิธิ จี เต็ก ลิ้ม โทร 0-2457-2805-6
- พุทธสถานจีเต็กลิ้ม
- ประวัติ
-
- เทพเจ้าแห่งโชคลาภ
- เทพคุ้มครองดวงชะตา 12 ราศี
- พระโพธิสัตว์กวนอิม
- จตุมหาโลกบาล
- เจ้าพ่อเสือ
- ไต่ เสี่ย ฮุบ โจ้ว (หงอคง)
- เทพ กวนเสีย ตี่ กุง
- เทพ เกียง ไท้ กง
- เทพเจ้าที่
- เทพเจ้าแห่งปัญญา
- พระกษิต์ครรภ์โพธิสัตว์
- พระธนบดีศรีธรรมราช
- พระพิฆเนศวร
- พระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า
- พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า
- พระศรีอารยเมตไตรย
- พระอมิตาพุทธเจ้า
- หลวงพ่อโต